วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

เรื่องน่ารู้ : เทคนิคการอ่านหนังสือยังไงน่ะให้จำง่ายๆ...


ข้อที่ 1. เพื่อนๆต้องใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก่อนเลยครับ ดูซิว่าวิชาไหนน่ะที่เราต้องสอบเป็นอันดับแรกๆ หยิบวิชานั้นขึ้นมาก่อนเลย เตรียมไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาที่จะสอบ ชีต เอกสารต่างๆ หรือแนวข้อสอบ(อันนี้สำคัญนะครับ หาให้เจอล่ะครับ) ค้นเลยๆ ทุกวิชานะคะ


ข้อที่ 2.แยกหมวดหมู่แต่ละวิชา ก่อน-หลัง แล้วหาที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยล่ะ


ข้อที่ 3.เตรียม ดินสอ/ปากกา สมุด และปากกาเน้นข้อความไว้ด้วยนะคะ


ข้อที่ 4.เริ่มอ่านวิชาที่จะต้องสอบก่อนเป็นวิชาแรกเลย ตรงนี้แหละสำคัญมาก เพื่อนๆอย่าอ่านๆๆๆๆๆแล้วก็อ่านเพื่อให้จบ แบบผ่านๆนะ ต่อให้เพื่อนๆอ่านสัก 10 รอบแล้วบอกคนอื่นๆว่า "ก็เค้าอ่านเป็นสิบๆรอบแล้วอ่ะ แต่ทำไมทำข้อสอบไม่ได้เลยน่ะ?" อ่านสัก 100 รอบก็ไม่ช่วยอะไรหรอกครับ อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจไปด้วย ตรงไหนที่คิดว่าสำคัญๆ เพื่อนๆก็เน้นตรงจุดนั้นไว้ อาจจะใช้วิธีการจดบันทึกไว้ หรือ เน้นข้อความด้วยปากกาสีต่างๆก็ได้ เพื่อว่าจะได้กลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ

ข้อที่ 5.ต่อค่ะไม่ปล่อยให้ท้องว่างก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ถ้าเพื่อนๆ อ่านๆๆๆหนังสืออย่างเดียวจนลืมทานข้าวแล้วละก็ นอกจากเพื่อนๆ จะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว อาจจะทำให้ป่วย และทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ด้วยนะคะสำคัญเลย ต้องหาอะไรทานเมื่อท้องว่างด้วยนะคะ..อย่าทรมานวเองละคะ


ข้อที่ 6.อ่านหนังสือ เพื่อนๆควรเลือกเวลาที่รู้สึกว่าสมองเราพร้อมจะทำงานด้วยนะ แล้วเมื่อเพื่อนๆรู้สึกว่าเริ่มอ่านไม่ไหวแล้วล่ะ อ่านนานมากไปทำให้ปวดตา ปวดหัว ให้เพื่อนๆพักก่อน อาจจะหาอย่างอื่นทำ เช่น พักสายตาโดยการหาเพลงเพราะๆฟัง(เลือกเพลงที่ฟังแล้วจรรโลงใจด้วยละครับ ถ้าฟังเพลงที่หนักไป อาจทำให้ยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม ไม่รู้ด้วยนะ จะดูทีวี เล่นเกม หรือกิจกรรมอื่นๆที่ทำแล้วผ่อนคลายก็หามาลองทำกันดูนะ แต่อย่าพักจนเพลินล่ะ เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายผ่อนคลายเพียงพอแล้วก็กลับเข้าสู่โหมดการอ่านหนังสือต่อเลย (ทนเอาหน่อยนะ สอบไม่ได้มีมาบ่อยๆ ตั้งใจให้สุดๆไปเลย)


ข้อที่7.อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ!ทำไงดีๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆเกือบทุกคนละครับ ที่สำคัญเลย อย่าตื่นเต้นจนรนล่ะ ตั้งสตินะคะตรงนี้สำคัญมากๆเลย ให้เพื่อนๆหยุดอ่านหนังสือต่อสักพักนึง แล้วดูซิว่า...พรุ่งนี้เราสอบวิชาอะไรบ้าง แล้วหยิบวิชาที่สอบเป็นวิชาแรกมาอ่านทบทวนก่อนเลยครับ แล้วก็ทบทวนวิชาอื่นๆต่อไป (ตรงถ้าคิดว่ากลัวอ่านไม่ทันรอบทบทวนให้เพื่อนๆอ่านในส่วนที่เน้น ที่สำคัญๆเอาไว้ก่อนเลยครับ จำได้ไหมครับว่าในการอ่านรอบแรกผมให้เพื่อนๆจดบันทึกที่สำคัญๆไว้ที่คิดว่าน่าจะออก หรือส่วนที่มันยาก จำไม่ได้ก็นำมาอ่านก่อนเลย ตรงส่วนไหนที่เพื่อนๆจำได้ หรือเข้าใจก็เปิดผ่านๆเลย ตอนนี้เราต้องทำเวลาแหละค่ะ


ข้อที่ 8. อ่านหนังสือสอบก็ต้องฟิตหน่อยสิคะเพื่อนๆบางคนอาจจะอ่านหนังสือเร็วและเข้าใจง่ายทำให้การอ่านหนังสือไม่ค่อยมีปัญหาเลยก็ดีไปครับ ส่วนเพื่อนๆคนไหนเป็นคนที่อ่านหนังสือช้าก็ต้องขยันกว่าคนอื่นๆหน่อยแล้ว อาจจะทำให้อ่านหนังสือไม่ทัน ทำให้ต้องนอนดึกหน่อย ก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะคะหานมอุ่นๆหรือของว่างทานสักนิดนึงนะคะใส่ใจในสุขภาพหน่อยนะคะเพราะเดี๋ยวเพื่อนๆอาจป่วยได้นะคะแล้วไปสอบไม่ได้ แย่เลยน่ะคะสำคัญเลยค่ะอ่านหนังสือไม่ทันแล้วจริงๆ แต่ร่างกายเราไม่ไหวแล้ว อย่าฝืนนะคะได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น รีบเตรียมตัวเข้านอนกันดีกว่าคะตื่นเช้ามาจะได้สดชื่น แถมถ้าเราตื่นเร็ว ก็จะมีเวลาอีกนิดในการทบทวนก่อนเข้าห้องสอบนะคะ

วิธีอ่านหนังสือสอบให้ได้ผล


1. ปิด ทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต mp3 มีสติอยู่กับหนังสือ

2. นั่งสมาธิสัก 5 นาที

3. อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุป โดยไม่เปิดหนังสือ

4. เช็คคำตอบ

5. อ่านอีกหนึ่งรอบ

6. สรุปใหม่ เปิดหนังสือได้เอาไว้อ่าน

7. ถ้าทำเป็น Mind Mapping จะอ่านง่ายขึ้น

8. มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญ

9. ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 2 ครั้ง/คาบ

10. ก่อนวันสอบ ห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเที่ยงคืน เพราะสมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น



5 เคล็ดลับการอ่านหนังสือสอบ

1. คนที่อ่านหนังสือคนเดียวมักจะเสียเปรียบ คนที่อ่านเป็นกลุ่มมักจะได้เปรียบ เนื่องจากอ่านคนเดียวอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออ่านไม่ตรงจุด หรือ(บางคน)อาจอ่านไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านเป็นกลุ่มโอกาสอ่านผิดจุดจะยากขึ้น และยังพอช่วยกันฉุดได้
** แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับคนชอบแชตนะ
2. ควรอ่านเองที่บ้านก่อน 1 รอบ และจับกลุ่มติว เสร็จแล้วกลับไปอ่านทบทวนเองที่บ้านอีก 1 รอบ (ต้องรับผิดชอบตัวเอง)
3. ผลัดกันติว ใครเข้าใจเรื่องใดมากที่สุดก็ให้เป็นผู้ติว ข้อสำคัญ อย่าคิดแต่จะเป็นผู้รับอย่างเดียว จงคิดว่าเป็นผู้ให้ก่อน แล้วคนอื่น (ถ้าไม่แล้งน้ำใจเกินไป) ก็จะให้ตอบเอง
4. ผู้ติวจะได้ทบทวนเนื้อหา และจะรู้ว่าตัวเองขาดอะไร บกพร่องอะไร จากคำถามของเพื่อนที่สงสัย บางครั้งเพื่อนก็สามารถเสริมเติมเต็มในบางจุดที่ผู้ติวขาดหายได้
5. การติวจะทำให้เกิดการ Share ความคิด และฝึกวิธีทำงานร่วม
กับผู้อื่น ช่วยพัฒนาทั้งด้าน IQ และ EQ (อ่านเองจะพัฒนาแต่ IQ)
1.ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองก่อนที่จะให้คนอื่นช่วย
การช่วยเหลือพึ่งพากันเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อเจอกับปัญหา ตัวเราเองควรเป็นคนแรกที่ช่วยเหลือตัวเองก่อนเสมอ เพราะมันจะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่เรา แต่ก็ไม่ถึงขนาดเย่อหยิ่ง ไม่ง้อใคร อย่าคิดว่าตัวเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่างได้ ไม่จำเป็นต้องสนใจใคร ถ้าคิดแบบนั้นจะทำให้เรากลายเป็นคนไร้เพื่อนและแข็งกร้าว เอาเป็นว่าพึ่งพาตนเองก่อน ที่จะไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็พอแล้ว
2.ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและปัญหา
ชีวิตมันไม่ราบรื่นเสมอไปหรอก ทุกคนย่อมเจอกับปัญหาและอุปสรรค อาจจะหนักบ้าง เบาบ้างแตกต่างหันไป ถ้าเราสามารถผ่านการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาที่เข้ามาได้ จะทำให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น เข้าใจชีวิต และอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างเป็นสุข คนที่ท้อแท้และไม่ต่อสู้กับสิ่งใด ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว
3.อ่อนน้อมถ่อมตน และเคารพผู้ใหญ่
ไม่มีใครในโลกที่ชอบคนเย่อหยิ่งจองหองหรอก การอ่อนน้อมถ่อมตน และเคารพผู้ใหญ่ เป็นวัฒนธรรมที่ดีของไทย สืบทอดปฏิบัติกันมาหลายชั่วคนแล้ว การอ่อนน้อมถ่อมตน อ่อนโยน มีน้ำใจ และเป็นมิตรกับคนรอบข้าง จะทำให้เรามีแต่คนรักใคร่ ทำให้มีเพื่อนที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
4.มองโลกในแง่ดี
การมองโลกในแง่ดี จะทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ ในชีวิตมากขึ้น และสามารถสร้างทัศนคติที่ดีให้กับชีวิต แล้วยังเป็นคนที่ไม่เครียดง่ายอีกด้วย ความเครียดจะทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย ซึ่งก็ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข การรู้จักปล่อยวางต่างหากที่จะทำให้ชีวิตสงบสุข หัดมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ แล้วมันจะทำให้ชีวิตคุณเป็นสุขมากกว่าเดิม
5.ให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
คนเรามีความคิดที่แตกต่างกัน ไม่มีใครในโลกที่จะคิดเหมือนกันหมด ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด การหัดยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง จะทำให้เราได้มุมมองที่หลากหลายและแตกต่างขึ้น การให้โอกาสคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะคงไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาดมาเลยในชีวิต เมื่อเราให้โอกาสต่อผู้อื่นอย่างไร เราก็จะได้รับโอกาสนั้นจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน
6.ยกย่องและให้เกียรติผู้อื่น
คนเราไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องการการยกย่อง และให้เกียรติด้วยกันทั้งนั้น เราควรรู้จักยกย่องให้เกียรติผู้อื่นบ้าง ตามสมควรแก่โอกาส และไม่ควรดูถูกความคิด หรือวิถีชีวิตของผู้อื่น ควรมองในแง่ที่ว่า แต่ละคนก็ต่างพอใจกับการดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน และนั่นจะทำให้เราได้รับการยอมรับในสังคมมากขึ้น
ความสุขอยู่ที่ใจของเรา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์หรือท่ามกลางสังคมแบบไหน ถ้าใจเราเป็นสุข ชีวิตของเราก็เป็นสุขด้วยเช่นกัน ความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นจากตัวเราเอง
หวังว่า ข้อคิดดีๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ทุกๆคน ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นนะจ๊ะ
 
body